มติชน

เรียบเรียงจากต้นฉบับถอดความจากภาษาลาวเรื่องอ่านศิลาจารึก 835 ปี โดยบุนมี เทพสีเมือง จากคอลัมน์มรดกลาว พิมพ์ในนิตยสารท่องเที่ยวเมืองลาว ฉบับที่ 26 ประจำเดือนกรกฎาคม-กันยายน ค.ศ.2005 (พ.ศ.2548)


คนไทยเกือบหมดประเทศเชื่อตำราว่า อักษรไทยเป็นอักษรที่พ่อขุนรามคำแหงประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.1826 หรือ 722 ปีมาแล้ว รัฐบาลไทยจัดงานฉลองทั่วประเทศเมื่อ พ.ศ.2526 ครบรอบ 700 ปี "ลายสือไทย" ของพ่อขุนฯ แล้วยังจัดงานฉลองใหญ่ เมื่อองค์กร UNESCO ยกย่องเป็นมรดกโลกทางปัญญา เมื่อ พ.ศ.2547


ประวัติศาสตร์อักษรไทยบอกไว้ชัดเจนนานแล้วว่าลาวรับอักษรพ่อขุนรามคำแหงไปใช้งานหนังสือสมัยหลังๆ

แต่แล้วลาวเพิ่งค้นพบจารึกอักษรลาว ระบุศักราช พ.ศ.1713 หรือ 835 ปีมาแล้ว มีอายุเก่ากว่าอักษรไทยของพ่อขุนฯ ราว 113 ปี ถ้าเป็นจริงตามนี้ย่อมหมายความว่าอักษรลาวเก่ากว่าอักษรไทยราว 113 ปี และอักษรไทยได้จากอักษรลาว ?



อักษรลาวเก่าสุด

บทความเรื่องอ่านศิลาจารึก 835 ปี โดย บุนมี เทพสีเมือง ในนิตยสารท่องเที่ยวเมืองลาว (ฉบับที่ 26 เดือนกรกฎาคม-กันยายน ค.ศ.2005 คอลัมน์ "มรดกลาว" หน้า 40-43) ถอดความโดยสรุปดังต่อไปนี้


มีศิลาจารึกอักษรลาว อายุ 835 ปีหลักหนึ่ง สร้างขึ้นในปีจุลศักราช 532 ตรงกับ พ.ศ.1713 ค.ศ.1170 ปัจจุบันได้ประดิษฐานอยู่ในสิมวัดวิชุน บ้านวิชุน เมืองหลวงพระบาง

หากเทียบใส่ศิลาจารึกรามคำแหงที่ประเทศไทย เห็นว่าศิลาจารึกอักษรลาวหลักนี้มีอายุหลายกว่า 113 ปี การสมเทียบดังกล่าว แม่นอิงใส่ตัวเลขที่บอกปีจารึกไว้ในศิลาจารึกรามคำแหงนั้น (สร้างขึ้นที่เมืองสุโขทัยในปีมหาศักราช 1208 ตรงกับจุลศักราช 645)


ศิลาจารึกอักษรลาวหลักนี้ ประดิษฐานอยู่วัดวิชุนดนนานปานใดแล้ว, วัดวิชุนมีความสำคัญแนวใด เพิ่นจึงเอาศิลาจารึกบูราณหลักนี้มาประดิษฐานไว้

สิ่งปลูกสร้างที่สำคัญในวัดนี้แม่น พระธาตุหมากโม ชื่อนี้เอิ้นตามชาวบ้านนิยมเอิ้นกันมาแต่ดนนานจนเป็นชื่อที่รู้กันโดยทั่วไปตามความเป็นจริงนั้น พระธาตุนี้มีชื่อเป็นทางการว่า พระธาตุปะทุมมะเจดี แปลว่า พระธาตุเจดีย์ดอกบัว ส่วนสิมของวัดวิชุนนี้ ก็มีรูปทรงแบบสถาปัตยกรรมลาวเดิม สมัยอาณาจักรลาวล้านช้างยุคต้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14



ประวัติวัดวิชุน


คำอ่านศิลาจารึกอักษรลาว "หลาน กวาน ตาย ร่หาพ่อ เฮียน ๔ พี่น้องหนี เข้าป่า จุละสังกราส ๕๓๒ แต่นัน สะปาสน ใด! ไว้ แก่ตู อย่าร้อน ใจกวาน ผู้นันเบา เป็น คนร้าย ไว้ แก่ตู"

อักษรลาวได้ต้นเค้ามาจากอักษรสันสกฤต ซึ่งบ่มีตัว ฮ บ่มีวรรณยุกต์ คนลาวบูราณได้ใช้ตัว ร ออกเสียงเป็นตัว ฮ
ศิลาจารึกและสำเนาจารึกที่วัดวิชุน หลวงพระบาง ประเทศลาว อ่านโดย บุนมี เทพสีเมือง ผู้เชี่ยวชาญอักษรลาวโบราณ
วัดวิชุน มีชื่อเต็มเขียนไว้ที่ป้ายหน้าวัดว่า "วัดวิชุนนะลาด" หากเขียนถูกตามเค้าศัพท์แท้แม่น "วัดวิชุละราด" (อ่านว่า วิ-ชุน-ละ-ราด แปลว่า สายฟ้า) ชื่อนี้ตั้งขึ้นตามพระนามของพระเจ้าวิชุลราช ผู้นำพาสร้างวัดนี้เมื่อ จ.ศ.874 วันเสาร์ ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 6 ปีเต่าสัน ตรงกับ พ.ศ.2055 หรือ ค.ศ.1512


มีประวัติบันทึกว่า ภายหลังที่พระเจ้าวิชุลราชได้ขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดินอาณาจักรลาวล้านช้างในปี จ.ศ.863 แล้ว พระองค์ก็ได้ปรับปรุงการบริหารบ้านเมืองให้เป็นระบบระเบียบดีตามฮีตคอง ประเพณีแล้ว ก็ได้หันมาบำรุงสร้างวัดวาศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง ในนั้นพระองค์ได้เป็นเจ้าศรัทธานำประชาชนสร้างวัดวิชุนขึ้นเพื่อเป็นบ่อนประดิษฐานพระบาง (ก่อนหน้านั้นพระบางยังประดิษฐานอยู่ที่วัดมะโนลม)

ในการสร้างนี้เพิ่นได้กำหนดอาณาเขตกว้างขวางให้เป็นอารามหลวง (เพยวัด) สร้างสิมให้กว้างใหญ่เพื่อให้เป็นบ่อนประกอบพระราชพิธีต่างๆ เมื่อสำเร็จแล้วก็อัญเชิญเอาพระบางมาประดิษฐานอยู่ในสิมแห่งนี้


สิมวัดวิชุนหลังเก่า สร้างด้วยไม้มีค่าสูงหมดทั้งหลัง มีขนาดยาว 36 เมตร กว้าง 18 เมตร ประดับเอ้ด้วยไม้ ควัดลวดลายศิลปะที่วิจิตรจบงามหลาย มีประตูเข้า-ออก 4 ป่อง มีป่องเอี้ยม 21 ป่อง

เคียงคู่กับการสร้างสิมหลังนี้ พระนางพันตินะเชียงเบด พระอัครมเหสีของเจ้าวิชุลราช ก็ได้สละทรัพย์ส่วนพระองค์ นำพาไพร่ฟ้าประชาชนสร้างพระธาตุลูกหนึ่งชื่อว่า พระธาตุปะทุมมะเจดี แปลว่า พระธาตุดอกบัว ซึ่งตั้งโดดเด่นอยู่ด้านหน้าสิมอย่างสง่างาม ในเวลาต่อมา คงเป็นเพราะลักษณะของพระธาตุคล้ายคือ หน่วยหมากโมตัดครึ่ง คนทั่วไปจึงพากันเอิ้นว่า พระธาตุหมากโม มาจนถึงทุกวันนี้

สิมวัดวิชุน และพระธาตุหมากโม ตั้งโดดเด่นสง่างามมา 376 ปี จึงได้ถูกพวกโจรฮ่อมาม้างเพทำลายในปี ค.ศ.1888 เพื่อเอาของมีค่าสูงซึ่งประดับเอ้อยู่ยอดช่อฟ้าของสิมและยอดพระธาตุ

ปี ค.ศ.1894 พระเจ้าสักกะริน กษัตริย์หลวงพระบาง ได้ปรึกษาหารือกับคณะสงฆ์ตกลงกันทำการสร้างแปลงสิมวัดวิชุนขึ้นใหม่ เพราะสิมหลังเก่าทรุดโทรมเพพังหลาย ในการก่อสร้างปัวแปงสิมขึ้นใหม่ แม่นก่อฝาผนังและเสาด้วยดินจี่ เฮ็ดให้มีรูปทรงเดิม ภายหลังสำเร็จแล้ว บรรดานักปราชญ์อาจารย์ทั้งลาวและฝรั่งเศส ในเวลานั้น ได้ตกกันริบโรมเอาวัตถุบูราณและศิลาจารึกต่างๆ ที่มีอยู่ตามวัดร้าง วัดเก่าแก่ต่างๆ ซึ่งบ่มีการปกปักรักษาที่ดี เข้ามาเก็บเมี้ยนไว้ในสิมวัดวิชุนนี้ เพื่อป้องกันบ่ให้ถูกทำลายหรือสูญหายไป



บ่อนประดิษฐานศิลาจารึกอายุ 835 ปี

ศิลาจารึกอักษรลาวอายุ 835 ปี ได้ประดิษฐานอยู่ในสิมวัดวิชุนนี้มาแต่ท้ายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ภายหลังการบูรณปฏิสังขรณ์สิมวัดวิชุนขึ้นใหม่ ในสิมวัดวิชุนปัจจุบัน มีศิลาจารึกประดิษฐานอยู่ 6 หลัก จารึกอักษรลาว 4 หลัก อักษรธรรม 2 หลัก ทั้งหมดตั้งอยู่เทิงแท่นไม้เลียนกันเป็นแถว อยู่ทางด้านซ้ายของพระเจ้าองค์หลวง หลักที่ 1 นับจากด้านขวามือแม่นศิลาจารึกอักษรลาว อายุ 835 ปี


ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับศิลาจารึกอักษรลาว อายุ 835 ปี


นิตยสารท่องเที่ยวเมืองลาว ฉบับที่ 26 ประจำเดือนกรกฎาคม-กันยายน ค.ศ. 2005
ลักษณะทั่วไปของศิลาจารึกเป็นเสาหินสูงยาวรี ด้านหน้าส่วนเทิงเป็นพื้นราบเพียงสมควร จารึกตัวอักษรใส่ไว้ ส่วนลุ่มเป็นพื้นบ่ราบเพียง ยังคงสภาพรอยหินแตกตามธรรมชาติ ด้านข้างและด้านหลังมีรูปทรงส้วยรี แบบรูป 4 เหลี่ยมคางหมู บ่มีจารึกตัวอักษร ศิลาจารึกหลักนี้ตั้งอยู่เทิงแท่นไม้รูป 4 เหลี่ยม

ขนาด สูงจากแท่นถึงยอด 103 เซนติเมตร ความกว้างส่วนปลาย 21 เซนติเมตร ส่วนกลาง 36 เซนติเมตร ส่วนลุ่มติดแท่น 32 เซนติเมตร ความหนาเฉลี่ย 12 เซนติเมตร

ประเภท เป็นท่อนหินแข็ง ทนทานต่อลบเลือน คล้ายคือกับหินแกรนิต, สีเทา

ตัวอักษร จารึกด้วยตัวอักษรลาวบูราณ มี 11 แถว

ภาษา จารึกเป็นภาษาลาวบูราณ

ปีจารึก จารึกปี จ.ศ.532 ตรงกับ พ.ศ.1713, ค.ศ.1170 ไล่อายุมาถึง ค.ศ.2005 มีอายุได้ 835 ปี


ผู้ปกครองประเทศ คงเป็นหัวหน้าชุมชนลาวเจ้านครรัฐใดรัฐหนึ่ง เพราะว่าศิลาจารึกหลักนี้ สร้างขึ้นก่อนพระเจ้าฟ้างุ่ม สร้างตั้งอาณาจักรลาวล้านช้าง 183 ปี

การจดก่ายจำลองตัวอักษร ผู้เขียนได้พยายามอ่านจนได้ข้อความครบถ้วน (ในเบื้องต้น) แล้วจดก่ายจำลองตัวอักษรจากศิลาจารึกหลักนี้ ครั้งแรกในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ.2001 แล้วรายงานให้กรมพิพิธภัณฑ์และวัตถุบูราณที่นครหลวงเวียงจันเพื่อทราบ และได้ส่งสำเนาให้สถาบันค้นคว้าวัฒนธรรมที่เวียงจัน 1 ฉบับ ในต้นปี 2002

ผู้เขียนได้กลับไปอ่านเพิ่มเติมอีก เพราะในครั้งก่อนบางตัวอักษรยังอ่านบ่ทันได้ข้อความชัดเจน การอ่านในครั้งใหม่นี้ ได้สังเกตเห็นบางตัวอักษรเพิ่มเติมอีก เพราะเมื่อก่อนบ่ได้สังเกตเห็น ตัวอักษรบางตัวที่ลบเลือนหาย การอ่านในครั้งใหม่นี้เห็นว่าได้ข้อความครบถ้วนถูกต้องแล้ว จึงได้จดก่ายจำลองตัวอักษรขึ้นใหม่
แอ่นแอนแอ๊น นี่ไงครับ ถังเก็บ ใครว่ารถไฟไทยไม่มีถังเก็บ


โอ๊ะ โอ !! แต่ช้าก่อน รถคันนี้มันอดีตมันเป็นรถไฟ BLUE TRAIN จากแดนอาทิตย์อุทัย ที่ รฟท. ไปซื้อต่อมาครับ
ก็เลยมีถังเก็บเรียบร้อย

รูปภาพ

ภาพขบวนรถไฟ BLUE TRAIN หนึ่งเดียวใน รฟท.

รูปภาพ

ส่วนของไทยแท้นั้น

รูปภาพ

นี่ไงครับ ตัวปล่อยกากกัมมันตภาพรังสี

รูปภาพ

และขณะที่กำลังจะก้มลงถ่ายใกล้ ๆ ให้ดูชัด ๆ
อยู่ ๆ ก็มีกากกำมันตภาพรังสีหล่นเผละออกมาต่อหน้าต่อตา กระโดดหนีแทบไม่ทัน แหวะ

*** ขออภัย ถ้าหากภาพมันอุจจาดมาก ก็กดลบ คห.นี้ได้เลยครับ ***

ปล. ที่ผมพยายามย่อรูปให้มันเล็ก ๆ ก็เพราะอย่างนี้แหละครับ

รูปภาพ

ที่เห็นเมื่อกี้ มันกำลังจอดอยู่ในหัวลำโพงแท้ ๆ
มีคนนั่งรอรถไฟอยู่ข้าง ๆ ตั้งเยอะ ดันปล่อยออกมาได้

แล้วลองคิดดู ว่าถ้าปล่อยตอนมันวิ่งเร็ว ๆ จะเป็นยังไง

ก็ ขี้กระจายน่ะสิครับ

ที่เห็นในภาพเป็นจุดดำ ๆ ขาว ๆ นั่นแหละ
จุดดำ ๆ คือกากขี้ที่แห้งแล้ว ส่วนขาว ๆ คือเศษทิชชู่ที่มันกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วปลิวว่อนกระเด็นไปตามตัวรถนั่นแหละครับ

รูปภาพ

พอรถไฟวิ่งเลยสถานีหัวลำโพงออกมานิดนึง
ก็จะเจอแม่ค้าแถวชุมชนยศเส กำลังย่างไก่ย่าง
อยู่ข้างรางรถไฟพอดีเลย แถมเตาย่างอยู่สูงกว่าพื้นไม่ถึงฟุต พอย่างเสร็จแกก็เอาใส่ตะกร้า พร้อมข้าวเหนียวขึ้นไปเดินขายบนรถไฟอีกต่างหาก โอ๊ว แหวะ

4 อย่า เมื่อคุณจะนอน

posted on 15 Jun 2008 15:37 by papillonprince
อย่าที่ 1 คือ อย่านอนหลับไปพร้อมๆ กับนาฬิกาข้อมือ ก็เพราะขณะที่นาฬิกาเจ้ากรรมทำงานไปเรื่อยๆ นั้น เจ้านาฬิกาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนปล่อยพลังงานทั้งสิ้น เชื่อมั้ยว่าการใส่นาฬิกาข้อมือนอน จะมีผลต่อสุขภาพระยะยาวเลย

อย่าที่ 2 นี่ สำหรับพวกชอบคุยโทรศัพท์มือถือจนหลับโดยเฉพาะเลย ไม่ควรนอนหลับไปพร้อมๆ กับโทรศัพท์เท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงการวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ๆ ตัวด้วย บางคนที่ชอบใช้มือถือเป็นนาฬิกาปลุกยามเช้า กรุณาเก็บมือถือของท่านไว้ให้ใกลตัวที่สุดเมื่อจะนอนซะเถอะ ไปหาซื้อนาฬิกาปลุกถูกๆ ดีๆ เก๋ๆ มาใช้ดีกว่า เพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า โทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วเนี่ย จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาขณะเปิดเครื่องไว้ และเจ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ มีผลกับระบบประสาทซะด้วยสิ เพราะฉะนั้น ตอนนอนก็ปิดโทรศัพท์มือถือซะดีกว่า พอปิดโทรศัพท์มือถือเรียบร้อยแล้ว จะวางไว้ใกล้หรือไกลก็หายห่วง

อย่าที่ 3 ง่ายๆ สั้นๆ คือ อย่าหลับพร้อมๆ กับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเหนื่อยอ่อนเมื่อยล้าขนาดไหน ต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เพราะการหลับทั้งๆ ที่เครื่องสำอางยังคาอยู่ที่ผิวหน้านั้น จะก่อให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณระยะยาว กลางคืนคือช่วงเวลาที่ผิวพรรณจะได้พักผ่อนบ้าง

อย่าที่ 4 (สำหรับสาวๆ เท่านั้น) คือ อย่านอนหลับทั้งๆ ที่ยังใส่ยกทรง นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ค้นพบว่าการใส่ยกทรงนานเกิน 12 ชั่วโมง จะเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทรวงอกได้ ฉะนั้น ก็อย่าใส่ยกทรงนอนเลย ไม่ต้องกลัวเสียทรง ไม่ต้องกลัวอกแบะ ห่วงชีวิตไว้ก่อนดีกว่า

ข้างล่างนี้คือคำถาม 4 ข้อ

คุณต้องตอบคำถามเหล่านี้ ในทันทีที่อ่านจบ ห้าม ใช้เวลา
และห้ามแอบดูคำตอบก่อน

มาลองพิสูจน์ดูว่าคุณฉลาดแค่ไหน



คำถามแรก คณิตศาสตร์แสนซน
หมายเหตุ: กรุณาใช้สมองคิด อย่าทดหรือกดเครื่องคิดเลขล่ะ

ตั้งด้วย 1000 บวก 40 เข้าไป จากนั้นบวกด้วย 1000 อีกที
แล้วก็บวกด้วย 30 แล้วบวกด้วย 1000 แล้วบวก 20
จากนั้นบวก 1000 อีกที แล้วก็บวก 10 คำตอบคือ?









ได้ 5000 หรือ? คำตอบที่ถูกคือ 4100
ไม่เชื่อเหรอ ลองกดเครื่องคิดเลขดูสิ
ดูท่าวันนี้ไม่ใช่วันของคุณแหงๆ


คำถามข้อที่สอง

คุณเข้าร่วมในการแข่งขันวิ่งแข่ง คุณแซงคนที่สอง
ตำแหน่งของคุณตอนนี้คือ?










คำตอบ ถ้าคุณตอบว่าคุณอยู่อันดับแรก คุณผิดอย่างแรง!
ถ้าคุณแซงคนที่สอง คุณก็อยู่ในอันดับของเขา คุณก็อยู่ที่สองสิ!

ทิ้งสมองไว้ที่บ้านหรือจ๊ะ?


คำถามข้อที่สาม

ถ้าคุณแซงคนสุดท้ายล่ะ คุณจะอยู่ในลำดับที่เท่าไหร่?












คำตอบ ถ้าคุณตอบว่าอยู่อันดับรองโหล่ คุณก็ผิดละ
อีกทีนึง บอกหน่อย คุณจะแซงคนสุดท้ายได้ยังไง?

คายปัญญาทิ้งไปหมดแล้วฤๅ?





มาถึงคำถามข้อสุดท้ายแล้วมั้ง ใช่มะ?

พ่อของ Mary มีลูกสาว 5 คน: 1. Nana, 2. Nene,
3.Nini, 4. Nono.
คนสุดท้องชื่อว่าอะไร?










คำตอบ Nunu?

ไม่ มันผิดแน่ๆ
คนสุดท้ายชื่อ Mary สิ ลองกลับไปอ่านคำถามอีกครั้ง
................................................
ถ้า ฮอลลีวู้ดบังคับว่า ต้องแปลชื่อภาพยนตร์ของเขาให้เป็นภาษาไทยแบบตรงตัว
ห้าม คนเล็ก, ห้าม คนใหญ่, ห้าม สู้ๆ ฟัดๆ, ห้ามบานฉ่ำ, ห้าม เชือด, ห้าม สยอง, ห้าม มฤตยู
ดังตัวอย่างต่อไปนี้....................................................................................

*โปรดนึกภาพตัวหนังสือภาษาไทยหน้าโรงหนังประกอบ*

Mummy (พ้องเสียง) - แม่จ๋า
Mummy Return (พ้องเสียง) - แม่จ๋ากลับมาเถอะ
Gone with the Wind - ลอยไปตามลม
xXx - โซน 18 เลยเนี่ย
X-Men - ไอ้นี่หื่น
Flyboys - กระหัง ??
Dragonball - แก้วมังกร (อร่อยดี)
Saving Private Ryan - บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น (- _ -)’
James Bond Dr. No - เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make sense สุดๆ)
Catch me if you can - จับฉันถ้าคุณกระป๋อง (เวอร์ชั่น ซับนรกจริงๆ)
Pearl harbor - ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา)
Saw1, Saw2, Saw3, Saw4 - เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3 เห็นแล้ว 4
Home alone - บ้านเดี่ยว (ไม่ใช่บ้านคู่ ไม่ใช่ทาวเฮาส์)
Ghost Ship - ผีเล่นพนัน
What women want - ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ)
Women On Top - ผู้หญิง (อยาก) อยู่ ข้างบน
U-571 - คุณไม่ใช่คนแรก (เห็นตัวเลขแล้วหนาวเลย)
8 MM - 8 มิลลิเมตร (โห โค-ตะ-ระ สั้นเลย)
A whole nine yard - ยาวทั้งหมด 9 หลา (นี่ก็ โค-ตะ-ระ ยาว)
8 Mile - 12.87 กิโลเมตร
Ocean’s eleven - 11 มหาสมุทร
Ocean’s twelve - 12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ)
Eight below - ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??)
20,000 leagues under the sea - (ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่)
Mystic River - แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม)
Who am I - ผมเป็นใคร ?
I am Sam - ผมคือ.....ยุรนันท์
Payback - จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด)
Paycheck - จ่ายด่วน ระวังเด้ง
Pay it forward - จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน)
Cheaper by the dozen - เหมาโหลถูกกว่า (อันนี้เป็นชื่อไทยตามแบบหนังสือเด๊ะๆ)
Twelve Monkeys - ลิงโหลนึง (บอกแล้วว่าเหมาโหลมันถูก)
Charlie's Angel - นางฟ้าของชาลี
Charlie and The Chocolate Factory - ชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต (มีหลายอย่างจังนะชาลี)
Firewall - กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่)
Star wars - return of the jedi - กำแพงดาว (ก็ได้ยินเป็น Star wall อะ) ภาคกลับรถที่เจดีย์
Star gate - เอ้อ นี่ก็ประตูดาว (ภาคต่อของเรื่องข้างบน)
Inside man - ข้างในคนผู้ชาย (หนังเรียนผ่าตัดของคณะแพทย์เหรอ)
Dirty Dozen - โหลสกปรก (ก็เอาไปล้างสิ)
Van Helsing - รถตู้นรกร้องเพลง
Deep Impact - อำนาจลึกๆ
Red Eyes - ตาแดง (ไปหาหมอสิ)
Tomorrow Never Dies - พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย
Die Another Day - ตายวันอื่น(ก่อนหน้านี้มันบอก พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย)
The man in the iron mask - คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด
Toys Story - เรื่องของต้อย???
Iron will - จะเหล็ก
The Silence of the Lamb - ลูกแกะเงียบ(หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้)
Die Hard - (ตายแข็ง แข็งตาย)
Con Air - กลลวง อากาศ
Cast Away - ขว้างไปไกลๆ
Windtalkers - ลมพูดได้ (ไอ้นี่ถ้าจะบ้า)
Million Dollar Baby - ล้านดอลจ๊ะที่รัก
Bigfish - ปลาบึก
The net - ตาข่าย (ก็ไว้จับไอ้บึกเมื่อกี้นี่แหล่ะ)
The Matrix - ติวคณิต พิชิตเอ็นทรานซ์
The Fantastic 4 - 4 ยอดกุมาร (เออ อันนี้ make sense แฮะ)
Ultraviolet - มหาม่วง (หนังเกย์)
The Day After Tomorrow - มะรืนนี้ (ถ้าชื่อหนังจืดชืดอย่างงี้ ใครมันจะไปดู๊)
Notting Hill - ไม่มีอะไรที่ภูเขา
Cat Woman - แมวตัวเมีย (สงสัยจะเอามาตีกะค้างคาวตัวผู้)
Bat Man - ค้างคาวตัวผู้ (น้านไง ช้านว่าแล้ว)
.............................................................................................

มันต่างกันที่ความคิด

posted on 15 Jun 2008 15:28 by papillonprince
เมื่อองค์การนาซ่าได้เริ่มปล่อยจรวดเพื่อการสำรวจอวกาศ พวกเขาพบว่า
1. ปากกาไม่สามารถเขียนได้ที่แรงโน้มถ่วงของโลกเท่ากับ 0
2. น้ำหมึกไม่สามารถไหลออกมาที่กระดาษที่ต้องการเขียนได้
การแก้ปัญหานี้ได้ใช้เวลาราว 10 ปี และได้ใช้เงินมูลค่า 12 ล้านดอลลาร์ (480 ล้านบาท)
พวกเขาได้สร้างปากกาที่สามารถใช้งานได้ที่แรงโน้มถ่วงเป็นศูนย์ เขียนแบบหรือเขียนที่ใต้น้ำได้
สามารถเขียนได้ไม่ว่าสภาพผิวเป็นเช่นไร รวมทั้งผิว crystal และที่อุณหภูมิช่วงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งจนถึงที่มากกว่า 300 องศาเซลเซียสได้

ด้วยปัญหาแบบเดียวกัน...ทางรัสเซียใช้ดินสอเขียนแทน!!!



หนึ่งในเรื่องที่นิยมใช้ในการสอนที่ประเทศญี่ปุ่น คือ เรื่องของการเกิดปัญหาที่ว่า สบู่ที่ลูกค้าซื้อไม่มีสบู่มาด้วย คือได้แต่กล่องเปล่า ๆ มา
เรื่องนี้มาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตเครื่องสำอางของญี่ปุ่น ได้รับการร้องเรียนจากทางลูกค้าถึงปัญหาดังกล่าว
ทางด้านวิศวกรที่รับผิดชอบได้แก้ปัญหาโดยการสร้างเครื่อง x-ray เพื่อการตรวจดูว่าภายในของกล่องสบู่ มีสบู่หรือไม่ และเพื่อการนี้
ก็ได้ให้คน 2 คนคอยเฝ้าที่จอเพื่อดูให้แน่ใจได้ว่าไม่มีการหลุดของกล่องที่ไม ่ได้บรรจุสบู่ไป
แน่นอนว่าคน 2 คนที่ดูจอมอนิเตอร์คงไม่สนุกในการทำงานนี้เท่าไหร่
ด้วยปัญหาเดียวกัน พนักงานหน้างานที่บริษัทเล็กแห่งหนึ่ง เขาไม่ได้แก้ปัญหาโดยการสร้างเครื่อง x-ray แต่สิ่งที่เขาทำ ได้แก่
การไปซื้อพัดลมที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม

แล้วนำมาเป่าที่รางสายพานขณะที่กล่องสบู่วิ่งผ่าน...กล่องที่ไม่่ได้บรรจุสบู่
เมื่อถูกลมก็จะปลิวออกนอกสายพานลำเลียงเอง!!!

มันต่างกันที่ความคิด

posted on 15 Jun 2008 15:27 by papillonprince
เมื่อองค์การนาซ่าได้เริ่มปล่อยจรวดเพื่อการสำรวจอวกาศ พวกเขาพบว่า
1. ปากกาไม่สามารถเขียนได้ที่แรงโน้มถ่วงของโลกเท่ากับ 0
2. น้ำหมึกไม่สามารถไหลออกมาที่กระดาษที่ต้องการเขียนได้
การแก้ปัญหานี้ได้ใช้เวลาราว 10 ปี และได้ใช้เงินมูลค่า 12 ล้านดอลลาร์ (480 ล้านบาท)
พวกเขาได้สร้างปากกาที่สามารถใช้งานได้ที่แรงโน้มถ่วงเป็นศูนย์ เขียนแบบหรือเขียนที่ใต้น้ำได้
สามารถเขียนได้ไม่ว่าสภาพผิวเป็นเช่นไร รวมทั้งผิว crystal และที่อุณหภูมิช่วงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งจนถึงที่มากกว่า 300 องศาเซลเซียสได้

ด้วยปัญหาแบบเดียวกัน...ทางรัสเซียใช้ดินสอเขียนแทน!!!



หนึ่งในเรื่องที่นิยมใช้ในการสอนที่ประเทศญี่ปุ่น คือ เรื่องของการเกิดปัญหาที่ว่า สบู่ที่ลูกค้าซื้อไม่มีสบู่มาด้วย คือได้แต่กล่องเปล่า ๆ มา
เรื่องนี้มาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตเครื่องสำอางของญี่ปุ่น ได้รับการร้องเรียนจากทางลูกค้าถึงปัญหาดังกล่าว
ทางด้านวิศวกรที่รับผิดชอบได้แก้ปัญหาโดยการสร้างเครื่อง x-ray เพื่อการตรวจดูว่าภายในของกล่องสบู่ มีสบู่หรือไม่ และเพื่อการนี้
ก็ได้ให้คน 2 คนคอยเฝ้าที่จอเพื่อดูให้แน่ใจได้ว่าไม่มีการหลุดของกล่องที่ไม ่ได้บรรจุสบู่ไป
แน่นอนว่าคน 2 คนที่ดูจอมอนิเตอร์คงไม่สนุกในการทำงานนี้เท่าไหร่
ด้วยปัญหาเดียวกัน พนักงานหน้างานที่บริษัทเล็กแห่งหนึ่ง เขาไม่ได้แก้ปัญหาโดยการสร้างเครื่อง x-ray แต่สิ่งที่เขาทำ ได้แก่
การไปซื้อพัดลมที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม

แล้วนำมาเป่าที่รางสายพานขณะที่กล่องสบู่วิ่งผ่าน...กล่องที่ไม่่ได้บรรจุสบู่
เมื่อถูกลมก็จะปลิวออกนอกสายพานลำเลียงเอง!!!

พ่อครับ ขอยืมตังหน่อย

posted on 15 Jun 2008 15:25 by papillonprince
เสร็จจากงานถึงบ้าน เกือบสามทุ่มเข้าไปแล้ว เขาเดินเข้าบ้าน ที่ดูเงียบเหงา เนื่องจากภรรยาเสียชีวิตไปเมื่อปีกลาย ทิ้งลูกชายคนเดียวไว้
กับเขาให้หาเลี้ยงลูกตามลำพัง ดีว่าเจ้าหนูน้อยพอจะช่วยตัวเองได้บ้าง อาหารก็กินอาหารปิ่นโต ที่ผูกประจำ หากินเองได้ ทำให้ไม่เป็นภาระ
มากมายนัก

เข้ามาในบ้าน เหงื่ออาบแก้ม ยังไม่ทันได้พัก ผู้เป็นพ่อ เห็นหน้าลูกชายวัยซน ที่รอรับหน้า เอ่ยปากทัก "พ่อครับ วันนี้ทำงานเหนื่อยมั้ยครับ"

"เหนื่อยสิลูก แล้ววันนี้ทำการบ้านเสร็จแล้วเหรอ" ผู้เป็นพ่อตอบเนือยๆ พร้อมกับถาม ต่อด้วยความเคยชิน

"เสร็จหมดแล้วครับ คือ ผมมีเรื่องบางอย่างอยากจะถามพ่อน่ะ พ่อว่างหรือยังครับ" ลูกชาย ตัวน้อย ถามต่อ

"เดี๋ยวพ่อจะไปอาบน้ำ หาข้าวกินข้าวซักหน่อย แล้วคงจะเข้านอน วันนี้เหนื่อย เหลือเกิน ว่าแต่แก จะถามอะไรพ่อเหรอ" ผู้เป็นพ่อ ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า

"คือผมอยากรู้ ว่า พ่อทำงานได้ ค่าจ้างวันละเท่าไร ครับ" ลูกชาย ถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ

หันมามองหน้าลูกชาย พร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แล้วผู้เป็นพ่อ แต่ก็ตอบไปว่า" วันล่ะ สี่ร้อย"

"งั้นผม ขอยืม ตังค์ พ่อ ซักสองร้อยได้มั้ยครับ " ลูกชาย ตัวน้อย เอ่ยปาก ด้วยสายตาวิงวอน

"หา แกว่าไง นะ" ผู้เป็นพ่อ ขึ้นเสียงด้วยอารมณ์ ก่อนที่จะหันมา พูดกับ ลูกชายด้วยเสียงเข้มขึ้นกว่าเดิม " นี่ฟังนะ แกคิดว่าเงินทอง
หาได้ง่ายๆเหรอ กว่าพ่อจะได้เงิน สี่ร้อยบาท ต้องทำงาน เหนื่อยตั้งแต่เช้ายันค่ำ แต่ พอกลับมาถึงบ้าน เจอแก รอขอยืมเงิน พ่อง่ายๆ แบบนี้
นี่นะ แกลองไปคิดดูให้ดี สิ ว่า แกทำประโยชน์อะไรให้พ่อบ้าง พ่อถึงจะต้องให้ เงินสองร้อยนี่ ให้แกยืม"

เด็กชายยืนนิ่ง มองหน้าพ่อ ไม่มีเสียงหลุดออกจากปาก แต่น้ำตาไหลซึม ลงอาบร่องแก้มทั้งสองข้าง ก่อนที่จะหันหลังเดินกลับห้องตัวเอง อย่างซึมเซา

หลังจากอาบน้ำเสร็จ แวะเข้าครัว หาข้าวปลากินเรียบร้อย เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ เดินไปที่ระเบียง ความรู้สึกเคร่งเครียดที่ได้รับ มาจากงานนอกบ้านเริ่มผ่อนคลาย คิดไปถึงอดีตที่ผ่านและงานที่ทำมาทั้งวัน แล้วก็ย้อนกลับคิดไปถึงลูกชายตัวน้อย

ลูกเป็นเด็กดี ไม่เคยเกเร ไม่เคยเอ่ยปากขอเงิน เพิ่ม นอกจากเงินค่าขนม ที่เขาให้ประจำวันเท่านั้น แต่วันนี้ทำไมถึงเอ่ยปากยืมเงิน

เมื่อสักครู่ เขาเหนื่อยเกินไป หรือ เครียดเกินไปหรือป่าว ถึงได้ใช้อารมณ์ กับลูกไปอย่างนั้น เมื่อได้คิด เขาดับบุหรี่ แล้วเดินไปที่ห้อง
ลูกชาย ไฟในห้องนอนดับแล้ว

เมื่อเปิดประตูเข้าไป เอื้อมมือเปิดไฟในห้อง หนูน้อยนอนตะแคงหน้า ตายังคงลืมจ้องมองมาที่ประตู แก้มที่แนบกับหมอน ชุ่มด้วยน้ำตา พร้อมเสียงสะอื้นเบาๆอยู่คนเดียว

เขาเดินไปนั่งที่ขอบเตียงมือลูบผม ลูกชายเบาๆ พร้อมกับเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเครือ จุกคอ

"พ่อขอโทษ นะลูก เมื่อกี้พ่อเหนื่อยมามากเลยใช้อารมณ์ กับลูกมากไปหน่อย จริงๆตะกี้พ่อไม่ได้ถามลูกด้วยซ้ำว่า ลูกอยากยืมเงินพ่อไปทำไม ลูกอาจจะมีเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้เงินก็ได้

เงินแม้ว่าจะหาได้ลำบาก ไม่ได้ได้มาง่ายๆ แต่ถ้าลูกมีเหตุผลเพียงพอ พ่ออาจจะให้ยืมก้อได้ เพราะว่า ลูก น่ะสำคัญสำหรับพ่อเหนือ
สิ่งอื่นใด และพ่อ รักลูกจ้ะ"

"ว่าแต่ ไหนลูกลองบอกพ่อสิว่า ลูกอยากยืมเงินสองร้อยไปทำอะไร" ผู้เป็นพ่อถามลูกชายที่มองหน้าพ่อนิ่ง ด้วยน้ำเสียงปราณี เต็มเปี่ยมด้วยความรัก

ลูกชายตัวน้อย ส่งเสียงสะอื้นจากลำคอ "พ่อครับ ตั้งแต่แม่ตาย ผมเห็นพ่อต้องทำงานหนัก เพื่อหาเงินทุกวัน จนไม่ได้พัก ไม่ได้อยู่กับผมเลย เราแทบไม่มีเวลาได้อยู่ด้วยกัน

ผมเลย ค่อยๆ เก็บค่าขนมของผมไว้ตลอดมา จนถึงตอนนี้ผมเก็บได้สองร้อยบาทแล้ว แต่พอผมรู้จากพ่อว่า พ่อทำงานได้ ค่าจ้างวันล่ะสี่ร้อย ผมจึงอยากยืมพ่อเพิ่มอีกสองร้อย ให้เป็นสี่ร้อย เพื่อจะได้ใช้เป็นค่าจ้างให้พ่อได้พัก ได้อยู่กับผม ซักวันนึงครับ"

เงินทอง อาจจะจำเป็น ต่อการดำรงชีวิต
แต่ ครอบครัว ยังคงต้องการ ความรัก ความอบอุ่น และ เวลาที่มีให้ แก่กัน
"อย่าห่วงงานจนลืม ครอบครัว และ คนที่คุณรัก "
เค้าเล่าว่า....
- ผู้หญิงอ้วนมักจะนิสัยดี
- ผู้หญิงหน้าตาดีมักจะมีแฟนเป็นทอม
- ผู้หญิงน่ารักแฟนมักจะไม่หล่อ
- ผู้หญิงที่แฟนหล่อจำเป็นต้องรวย
- ผุ้หญิงอยากรวยต้องมีแฟนคราวพ่อ
- ผู้หญิงช่างจ้อมีแฟนมากมาย
- ผู้หญิงขี้อายมักเซ็กส์จัด
- ผู้หญิงอวบอัดมักทำศัลยกรรม

เค้าเล่าว่า....
- ผู้ชายนิสัยดีมักจะขี้เหร่
- ผู้ชายที่หล่อมักไม่สุภาพ
- ผู้ชายที่ทั้งหล่อ และสุภาพ มักเป็นเกย์
- ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ และไม่ใช่เกย์ มักแต่งงานแล้ว
- ผู้ชายที่ไม่ค่อยหล่อ และนิสัยดี มักไม่มีสตางค์
- ผู้ชายที่หล่อ นิสัยดีและมีสตางค์มักจะคิดว่าเราเห็นแก่สตางค์ของเขา
- ผู้ชายที่หล่อ แต่ไม่มีสตางค์ มักจะเห็นแก่สตางค์ของเรา
- ผู้ชายที่หล่อและเป็นชายแท้ แต่นิสัยไม่ดี มักจะคิดว่าเราไม่สวยพอ
- ผู้ชายที่เห็นว่าเราสวย และเหมาะกับเขา มักเป็นคนขาดความมั่นใจ
- ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ มีฐานะ และเป็นชายแท้ มักจะขี้อายและกลัวการเริ่มต้น
- ผู้ชายที่กลัวการเริ่มต้น มักเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงไม่สนใจ


เค้าเล่าว่า....
- ผู้หญิงเก่งมักชอบบงการ
- ผู้หญิงเก่งที่ไม่ชอบบงการ มักเสแสร้งเฉพาะช่วงแรกๆ
- ผู้หญิงสวยมักจะโง่ แต่ผู้หญิงโง่ๆ มักจะรวย
- ผู้หญิงที่ไม่โง่ และรวย มักไม่ยอมแต่งงาน
- ผู้หญิงที่ไม่โง่ ไม่รวย และไม่ยอมแต่งงาน มักชอบคนมีครอบครัวแล้ว

เค้าเล่าว่า....
- สมัยหนุ่มๆ ผู้ชายมักทุ่มเทเวลา ทำงานหนักจนลืมภรรยาสาว เพราะต้องการจะสร้างเนื้อสร้างตัว พอสร้างเนื้อสร้างตัวได้แล้ว เขาก็จะลืมภรรยาแก่ๆเพราะต้องการทุ่มเทเวลาให้กับอีหนูสาวๆ


เค้าเล่าว่า...
- ผู้ชายที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง จนกว่าจะมีผู้หญิงสักคนมาเชื่อมั่นในตัวเขา หลังจากนั้น เขาก็จะเชื่อมั่นมากพอ จนกล้าทิ้งผู้หญิงคนนั้น เพื่อจะไปหาผู้หญิงคนใหม่ มาเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง


เค้าเล่าว่า....
- ผู้หญิงที่ดีมีแฟนคนเดียว
- ผู้หญิงเก่ง คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี และเก็บไว้ใช้เองคนเดียว
- ผู้หญิงฉลาด คือผู้หญิงที่หาเงินได้น้อยกว่าสามี และเก็บเงินของสามีไว้ใช้คนเดียว
- ผู้หญิงอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี ใช้เงินของสามี...และเก็บมรดกของสามีไว้ใช้คนเดียว
- ผู้หญิงยอดอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี ใช้เงินของสามี เก็บมรดกสามีเอาไว้ แล้วเริ่มหาสามีใหม่

โค้ดHi5

posted on 15 Jun 2008 12:32 by papillonprince
credit :: http://www.hi5thai.com/viewthread.php?t ... a=page%3D1

ส่วน ของ BG

Code : ใส่รูป Background พื้นหลัง มี 4 แบบ 4 โค๊ต อ่ะ ลอง ดู

แบบที่ 1

พื้นหลังล็อกติด
และไม่ทำรูปซ้ำ


<style type="text/css">
body {
background-image: url(URLของรูป) ;
background-attachment:fixed;
background-repeat: no-repeat; }
</style>

ส่วน ใหญ๋ ใชั กับ รูปภาพ BG เต็ม จอ พอ ดี



แบบที่ 2

พื้นหลังล็อกติด
และทำรูปซ้ำ


<style type="text/css">
body {
background-image: url(URLของรูป) ;
background-attachment:fixed;
background-repeat:repeat; }
</style>

ส่วน ใหญ่ ใชั กับ รูปภาพ BG เล็ก ที่ ใช้ หลายๆ รูป จน เต็ม จอ



แบบที่ 3

พื้นหลังเลื่อนตามสกอบาร์
และทำรูปซ้ำ


<style type="text/css">
body {
background-image: url(URLของรูป) ;
background-attachment:scoll;
background-repeat:repeat; }
</style>

ส่วน ใหญ๋ ใชั กับ รูปภาพ BG เต็ม จอ พอ ดี



แบบที่ 4

พื้นหลังเลื่อนตามสกอบาร์
และไม่ทำรูปซ้ำ


<style type="text/css">
body {
background-image: url(URLของรูป) ;
background-attachment:scoll;
background-repeat: no-repeat; }
</style>

ส่วน ใหญ่ ใชั กับ รูปภาพ BG เล็ก ที่ ใช้ หลายๆ รูป จน เต็ม จอ




Code : ลบเส้นขอบ บลอคต่างๆ

<style type="text/css">
#user-details { border: none; }
.section .content { border: none; }
</style>




Code : ใส่เส้นขอบให้บลอคต่างๆ

<style type="text/css">
#user-details {border:5px double :#ใส่โค๊ตสี}
.section .content {border:5px double #ใส่โค๊ตสี}
</style>


double = เส้นคู่
dotted = เส้นจุดประๆ
solid = เส้นตรงเรียบกริ๊บ!




Search Bar



Code : เปลี่ยนสีตัวอักษรช่วง Search Bar ทั้งหมด

<style type="text/css">
#top_header{color:#ใส่โค๊ตสี!important}
#top_header a.account_link { color: #ใส่โค๊ตสี; }
#top_header a.search_link { color: #ใส่โค๊ตสี; }
#top_header a.search_link_active { color: #ใส่โค๊ตสี; }
#top_header span { color: #ใส่โค๊ตสี !important; }
#p_nav_primary li#nav a { color: #ใส่โค๊ตสี; }
#p_nav_primary li#nav_select a { color: #ใส่โค๊ตสี; }
</style>



Code : ทำ Search Bar ให้ใส

<style type="text/css">
#p_nav_primary #nav_select {background-image:none;}
#p_nav_header {background:none; border:none; }
div#top_header {background:none; }
#p_nav_primary { background: none; border:none; }
</style>




Code : เอา Search Bar ทั้งหมดออก

<style type="text/css">
#p_nav_header{display:none}
</style




รูป ต่างๆ



Code : เปลี่ยนรูป Display ของเราให้ใหญ่ขึ้น


<style type="text/css">
#user-picture {visibility: hidden}
#user-picture img {width: ใส่ความยาว px; height: ใส่ความสูง px}
#picture-links {visibility: transparent}
#about-left { background:url( ใส่URLของรูป ) transparent 60% 10% no-repeat; }
</style>




Code : เปลี่ยนรูป Display อยู่ตรงกลาง

<style type='text/css'>
#about-left{position: relative;left: 30em;}#about-right{position: relative;left: -52em;}#about-center{position: relative;left: 32em;}
</style>


Code : ซ่อนคอมเม้นท์
( จะแสดง.. ต่อเมื่อเอาเม้าไปโดนคะ ) *


<style>
.subsection .comment {height:45px !important;}
.subsection .comment:hover {height:100% !important;overflow-y:auto;}
</style>


Code : เปลี่ยนรูปช่วง Comment ให้ใหญ่ขึ้น

<style type="text/css">
.comment-picture {height:100px!important;
width:100px;border:solid #000000 1px;} .comment-picture a img {width:100px;height:100px;}
</style>




Code : เปลี่ยนรูป Top Friend ให้ใหญ่

<style type="text/css">
.friend-picture{height:100px !important;width:85px!important;
margin-left:0px;border:solid #000000 1px; } .friend-picture img {height:100px !important;width:100px!important;margin-left: 7px}
</style>

กรอบ รูป เปลี่ยน ได้ ตาม ใจ ชอบ นะ

double = เส้นคู่
dotted = เส้นจุดประๆ
solid = เส้นตรงเรียบกริ๊บ!
none = ไม่เอาขอบ



Code : เปลี่ยนรูปทุกรูปใน page มีหลายแบบลองไปใช้ดู


แบบที่ 1 page เบลอๆ

<style type="text/css">
a:link img {filter:blur(add = 0, direction = 225, strength = 10);}
a:visited img {filter:blur(add = 0, direction = 225, strength = 10);}a:hover img {filter: none}
</style>



แบบที่ 2 จะเปลี่ยนเป็นสีเทา

<style type="text/css">
a:link img {filter:none;}
a:visited img {filter:none;} a:hover img {filter:gray;}
</style>



แบบที่ 3 ด้านซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้าย

<style type="text/css">
a:hover img {filter:fliph;}
</style>



แบบที่ 4 อันนี้ต้องลองเอง

<style type="text/css">
a:link img {filter:xray();} a:visited img {filter:xray();} a:hover img {filter:none;}
</style>



แบบที่ 5 page ใส

<style type="text/css">
a:link img {filter:alpha(opacity=60);} a:visited img {filter:alpha(opacity=60);} a:hover img {filter:none;}
</style>



แบบที่ 6 ขาวดำ

<style type="text/css">
a:link img {filter:gray;} a:visited img {filter:gray;} a:hover img {filter:none;}
</style>



แบบที่ 7 เหมือน หิน

<style type="text/css"> a:link img {filter:none;} a:visited img {filter:none;} a:hover img {filter:progid:dximagetransform.microsoft.emboss;} </style>




icon



Code : ที่เปลี่ยนไอคอนใต้รูป Display ของเรา

<style type="text/css">
#user-links img {display: none}
#user-links a {list-style:url(ใส่ URL ของรูป ) inside;display:list-item}
</style>



Code : เปลี่ยนรูปไอคอน Online Now

<style type="text/css">
#online-now-icon
{ background: url( ใส่ URL ของรูป );
height: 50px;width: 50px; _background: none; _filter:
progid:DXImageTransform.Microsoft.AlphaImageLoader(src=3D&#39;
ใส่ URL ของรูป ;)) ;height:50px;width: 50px;}
#online-now-icon {background-image: url( ใส่URLของ รูป );
width: 50px; height: 50px;margin: 5px 0px 0px 0px;}
</style>




ส่วน ของ Comment



จัดกลาง คอมเม้น

<style type="text/css">

.section .comment-text {
TEXT-ALIGN: center; }

</style>



Code : รูปในกล่องคอมเม้น

<style type="text/css">
textarea {background-image:url( Url ของรูป );
border-style: inset;
color: สีของตัวอักษรเวลาพิมในกล่อง ;
height: ความสูง px ;
width: ความยาว px ; }
</style>



Code : ทำกรอบให้คอมเม้ม


<style type="text/css">
.subsection .comment {background: url( ใส่ URL รูปภาพ );
border: inset 3px #ใส่โค๊ตสี ;
height: ความสูง px; overflow: auto;}
</style>


เส้นกรอบคอมเม้ม

double = เส้นคู่
dotted = เส้นจุดประๆ
solid = เส้นตรงเรียบกริ๊บ!




Code : รูป เพื่อนcomment อยู่ตรงกลาง

<style type='text/css'>
.comment-picture {MARGIN-TOP: 6em; LEFT: 16em;POSITION: relative;}
</style>




Code : สลับ ย้ายคอมเม้นท์มาด้านซ้าย (รวมทั้งลิตเพื่อนและอัลบั้มภาพ)

<style type=text/css>
table {direction:rtl;} table table table {direction:ltr;}
</style>




Code : Hidden ข้อความใน Comment / เอา เมาส์ ชี้ Show Comment

<style type="text/css">
.subsection .comment {height:105px !important;}
.subsection .comment:hover {height:100% !important;overflow-y:auto;}
</style>




Code : ลบ ชื่อ กับ วัน เวลา ที่ เม้ม

<style type="text/css">
.comment div {visibility: hidden}
</style>




Code : ลบเส้นคั่นใน Comment

<style type="text/css">
.listitem-separator {visibility: hidden;}
</style>




Code : ใส่รูปแทนเส้นคั่น Comment

<style type="text/css">
#comments .listitem-separator
{DISPLAY: block;background:url( ใส่URLของรูป ) !important;
HEIGHT: ใส่ความสูง px! important;background-repeat: no-repeat! important;background-position: center! important;}
</style>




Code : เปลี่ยนสีเส้นคั่น Comment

<style type="text/css">
#comments .listitem-separator {background: # ใส่โค๊ตสี !important;}
</style>



Code : ตัวหนังสือใน comment

<style type='text/css'>
.section .comment-text {
TEXT-ALIGN: left ;
line-height: 15pt;
color: #ใส่โค๊ตสี;
filter: glow(color= #ใส่โค๊ตสี, strength=5)
}
</style>


ตำแหน่ง ของ คอม เม้ม

left (ซ้าย) / center (กลาง) / right (ขวา)





แถบ สถิติ




Code : เปลี่ยนแถบสีแสดง สถิติ

<style type="text/css">
.vanity-bar div {background:url( url รุปภาพพื้นหลัง ) !important;}
.vanity-bar div div {background:url( url รูปภาพสถิติ ) !important;}
.vanity-bar div div img,.vanity-bar div img
{display:none;}
</style>


header



Code : ใส่รูปให้กับ header (อันแรก)


<style type="text/css">
#profile-name {background-image:url(Url ของรูป);
background-repeat:no-repeat;
color:#โค๊ตสี ตัวหนังสือ ;
height: ความสูง px;
width: 956 px;}
#profile-nav { background-color: #โค๊ตสี BG อัน ล่าง ; }
</style>




Code : ใส่รูปภาพให้กับ header ส่วน อื่นๆ


<style type="text/css">

.section h1 {background-image:url(Url ของรูป);
background-repeat:no-repeat;
color:#โค๊ตสี ตัวหนังสือ ;}
</style>



Code : ทำให้ header ใสมองทะลุได้ทุกอัน

<style type="text/css">
#profile-nav { background-color: transparent; }
.section h1 { background-color: transparent; border: none; }
.section h2 { background-color: transparent; border: none; }
</style>



Link



Code : สำหรับชี้ลิ้งค์แล้วเปลี่ยน


- เป็นจุดสีชมพูวิบวับๆ

<style type="text/css">
a:hover{background: url('http://www.ayw102.th.gs/web-a/yw102/hi5/12.gif'); }
</style>



- ไฮไลท์แว๊บๆ - แดง

<style type="text/css">
a:hover{background: url('http://www.ayw102.th.gs/web-a/yw102/hi5/16.gif'); }
</style>



- ไฮไลท์แว๊บๆ - ดำ

<style type="text/css">
a:hover{background: url('http://www.ayw102.th.gs/web-a/yw102/hi5/17.gif '); }
</style>



- ไฟลุกขึ้นมา

<style type="text/css">
a:hover{background: url('http://www.ladylony.com/xox1.gif'); }
</style>





Five



Code : ใส่รูปขอ Five

<style type="text/css">
#user-fives .subsection div {width:45px !important}
#user-fives .subsection .listitem-separator {display:block !important}
#user-fives .subsection {background:url( URLของรูปภาพ );
background-position:235px;
background-repeat:no-repeat
</style>




ส่วน ประ กอบ อื่นๆ



Code : ใส่กรอบให้หน้าเวป


มีทั้งหมด 4 แบบอ่ะ สามารถเปลี่ยนสีได้ตามใจชอบคับ

จะใส่ต่างกันทั้ง 4 ด้านก็ได้อ่ะคับ ^^


แบบที่ 1

<STYLE>
html
{ BORDER-RIGHT: #ใส่โค๊ตสี 12px ridge;
BORDER-TOP: #ใส่โค๊ตสี 12px ridge;
BORDER-LEFT: #ใส่โค๊ตสี 12px ridge;
BORDER-BOTTOM: #ใส่โค๊ตสี 12px ridge }
</STYLE>



แบบที่ 2

<STYLE>
html
{ BORDER-RIGHT: #ใส่โค๊ตสี 12px solid;
BORDER-TOP: #ใส่โค๊ตสี 12px solid;
BORDER-LEFT: #ใส่โค๊ตสี 12px solid;
BORDER-BOTTOM: #ใส่โค๊ตสี 12px solid;}
</STYLE>



แบบที่ 3

<STYLE>
html
{ BORDER-RIGHT: #ใส่โค๊ตสี 12px dotted;
BORDER-TOP: #ใส่โค๊ตสี 12px dotted;
BORDER-LEFT: #ใส่โค๊ตสี 12px dotted;
BORDER-BOTTOM: #ใส่โค๊ตสี 12px dotted;}
</STYLE>



แบบที่ 4

<STYLE>
html
{ BORDER-RIGHT: #ใส่โค๊ตสี 12px double;
BORDER-TOP: #ใส่โค๊ตสี 12px double;
BORDER-LEFT: #ใส่โค๊ตสี 12px double;
BORDER-BOTTOM: #ใส่โค๊ตสี 12px double;}
</STYLE>



Code : เปลี่ยนสี scrollbar ( แถบเลื่อน ทาง ขวา สุด ของ จอ )


<style type="text/css">
html {
scrollbar-arrow-color: #ใส่โค๊ตสี ;
scrollbar-face-color: #ใส่โค๊ตสี ;
scrollbar-highlight-color: #ใส่โค๊ตสี ;
scrollbar-3dlight-color: #ใส่โค๊ตสี ;
scrollbar-shadow-color: #ใส่โค๊ตสี ;
scrollbar-darkshadow-color: #ใส่โค๊ตสี ;
scrollbar-track-color: #ใส่โค๊ตสี ;
}
</style>



ชื่อและจำนวนคนดู


อันนี้คือ จัดกลาง และมีเงา
<style type="text/css">
#profile-name { TEXT-ALIGN: center;filter:Glow(color=สีของเงา,strength=10);height:10;COLOR: สีตัวอัษร;}
</style>


จัดกลางอย่างเดียว ไม่มีเงา
<style type="text/css">
#profile-name { TEXT-ALIGN: center;}
</style>



ถ้าจะลบชื่อออกไปเลย<style type="text/css">
.profile-nav .name strong {display:none}
</style>


ถ้าจะลบจำนวนคนดูออกไปนะครับ
<style type="text/css">
.profile-nav .name span {display:none}
</style>




การเปลี่ยนรูปแทนส่วนต่าง ๆ(หัวข้อย่อยจะไม่ซ้ำรูปกันเลย

<style>

.section h1 {margin-top:10px;height:ความสูงนะคับpx;}

#recent-updates h1 { text-indent:-9999px;background: url(ตรงนี้เอา Url รูปมาใส่นะงับ);
background-position:right;background-repeat:no-repeat;}

</style>

โคทบนนี้เปนของ ตรงอัพเดทนะจ๊ะ
ส่วนของอันอื่น แบบนี้นะค๊ะ (เอาไปเปลี่ยนแทนตรง #recent-updates h1 )
#videos h1
#widgets h1
#common-friends h1
#lifestyle h1
#interests h1
#journalDetail h1
#friends h1
#photoAlbums h1
#user-fives h1
#comments h1

credit :: ท่าน Cakekiez